บทที่ 4 ปลด !

สองหนุ่มสาวเดินเข้ามายังร้านอาหารสุดหรูแห่งหนึ่ง  โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังตกเป็นเป้าสายตาของใครบางคนอยู่

“ท่านประธานคะ เรามีนัดกับลูกค้าที่นี่เหรอคะ ? ” เธอเอ่ยถามด้วยความประหม่า เมื่อต้องอยู่กับเจ้านายหนุ่มตามลำพัง

“ก็ไม่เชิงหรอกเพียงแต่ตอนนี้มันเวลาพักเที่ยง แล้วผมก็แค่ต้องการทานอาหารรองท้องสักหน่อย คุณคงไม่ว่าอะไรหรอกนะ” เขาพูดเสียงเรียบ ลลิตาได้แต่ก้มหน้า เธอจะไปกล้าขัดใจอะไรเจ้านายสุดหล่อของเธอได้กันล่ะ 

“เธออยากทานอะไร ? ”

“อะไรก็ได้ค่ะ แล้วแต่ท่านประธานเลย”

ไม่เสียงตอบจากเขา มีเพียงสายตาเรียวที่ชำเลืองมองหญิงสาวตรงหน้าเพียงเล็กน้อย เขาได้แต่รู้สึกขัดใจ ที่เจ้าหล่อนดูจะเกร็งเวลาอยู่กับเขาเสียเหลือเกิน ราวกับว่าเขาเป็นยักษ์เป็นมารอย่างไรอย่างนั้น

“แค่กินข้าวกับผม มันทำให้คุณลำบากใจนักหรือไง ? ” หลังจากที่สั่งอาหารเรียบร้อย คนอารมณ์ร้อนก็โพล่งปากออกมาโดยไม่ทันคิด ทำให้คนที่โดนถามถึงกับงุนงง

“ปะ เปล่านะคะ นี่ฉันทำอะไรให้ท่านประธานไม่พอใจหรือเปล่าคะ”

“ก็ถ้าไม่ลำบากใจ คุณก็ช่วยเลิกทำหน้าเหมือนกับว่าผมบังคับคุณมาสักที ! ” เมื่อได้ฟังคำตอบของคนตรงหน้า หญิงสาวจึงได้ค่อย ๆ คลายความกังวลเรื่องบางอย่างที่อยู่ในใจลง มือเรียวยกมือขึ้นพนมพร้อมกล่าวขอโทษอย่างสุภาพ

“ดิฉันต้องขอโทษท่านประธานด้วยนะคะ ถ้าทำให้ท่านประธานรู้สึกไม่ดี แต่ดิฉันไม่ได้มีเจตนา และไม่ได้ลำบากใจอย่างที่คุณเข้าใจ” 

นึกสงสัยตัวเองอยู่เหมือนกันว่านี่เขาเป็นอะไรไป ทำไมต้องหงุดหงิดใส่เธอทั้งที่ไม่ใช่เรื่อง ไม่นานนัก พนักงานก็นำอาหารมาเสิร์ฟให้กับคนทั้งคู่  อาหารไทยที่ค่อย ๆวางลงบนโต๊ะ กลิ่นหอม ๆ ชวนให้กระเพาะเริ่มทำงาน  เมื่อของอร่อยอยู่ตรงหน้าร่างบางจึงเริ่มสนใจกับอาหารอันแสนอร่อยตรงหน้าแทน โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าโดนสายตาของชายหนุ่มลอบมองอยู่ด้วยความพอใจ

“คินคะ” เสียงใส ๆ ดังขึ้นจนชายหนุ่มต้องหันไปมอง มือแกร่งของเขารวบช้อนเข้าหากันพร้อมกับถอนหายใจเบา ๆ

“ใจร้ายจังเลยนะคะ วันนั้นปล่อยให้ฉันคอยเก้อตั้งนาน” สาวสวยเดินอ้อมมาด้านหลังพร้อมกับลูบต้นแขนเขาอย่างถือวิสาสะ

“นี่มันร้านอาหารนะ คุณทำอะไรก็ควรนึกถึงชื่อเสียงของคุณบ้างก็ดี” คำพูดของชายหนุ่มทำให้คนที่ได้ฟังหน้าชา ไม่เว้นแม้แต่เลขาสาวตรงหน้าก็ยังรู้สึกร้อนวาบขึ้นมาในคำพูดของเขาไม่ได้

“อ่อ แล้วนี่ผู้จัดการของคุณยังไม่อัพเดทข้อมูลให้คุณทราบบ้างหรือยังไง ? ” ดวงตาเรียวคมจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างไม่วางตา จนเธอรู้สึกชาวาบไปทั้งตัว

“ข้อมูลอะไรกันคะ เกรซไม่เห็นรู้เรื่องเลย” ดวงตากลมมองชายตรงหน้าอย่างรู้สึกหวาดหวั่น  มีเพียงรอยยิ้มที่ผุดขึ้นที่มุมปากของเขาเล็กน้อย

“ผมว่าอีกไม่นานเขาก็คงติดต่อคุณมา” และยังไม่ทันขาดคำที่เขาพูดโทรศัพท์มือถือของนางแบบสาวก็ปรากฏเบอร์ของผู้จัดการที่โทรเข้ามา ดวงตาคมสบมองตามองตานางแบบสาวก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่นางแบบสาวจะตวัดสายตาไปมองหญิงสาวที่มากับชายหนุ่ม ก่อนจะเดินกระฟัดกระเฟียดออกไปอย่างจำนน หลังจากที่นางแบบสาวออกไปก็เหลือเพียงเจ้านายหนุ่มและเลขาสาวสวยเท่านั้น

“ท่านประธานคะ ดิฉันว่าใกล้ได้เวลานัดหมายแล้วค่ะ”

“นี่คุณจะไม่ถามผมเหรอว่าผู้หญิงเมื่อครู่นี้คือใคร ? ”

“คุณเกรซ นางแบบชื่อดังแถมยังเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับโรงแรมของเราด้วยนี่คะ” เธอตอบตามข้อมูลที่เธอรู้มา นั่นทำให้อคินภัทรรู้สึกว่าเธอศึกษาข้อมูลบริษัทมาเป็นอย่างดี

“ถ้าอย่างนั้นวันนี้คุณก็รู้ไว้อีกอย่างว่าเธอไม่ได้เป็นพรีเซนเตอร์ให้กับโรงแรมของเราอีกแล้ว เอาล่ะ คุณอิ่มแล้วใช่ไหม ถ้ายังงั้นก็ไปทำงานกันต่อเถอะ” คำพูดของเขาแม้ว่าจะทำให้เธอเกิดความสงสัยอยู่บ้าง แต่กระนั้นเธอจะกล้าถามอะไรเขาได้ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายจนหล่อนตามอารมณ์ไม่ทัน

“ไอ้บ้าเอ๊ย ! ทำไมอะไร ๆ มันก็ไม่เป็นไปอย่างที่ฉันหวัง ใคร ! ใครกันที่มาตัดหน้าแย่งที่ดินที่ฉันต้องการไป”

“ดูเหมือนว่าจะเป็นบริษัท ออเรเลีย แกรนด์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ปนะครับ คุณเตชิน”       

“ไปสืบประวัติมาให้ฉันสิ ฉันอยากจะรู้ว่าใครกันที่เป็นผู้บริหาร”         

ตกเย็นวันนั้นข้อมูลทุกอย่างที่เขาอยากรู้ก็ถูกส่งเข้ามือถือ

“นี่ข้อมูลที่ได้มีแค่นี้จริงเหรอ ? ”

“ได้ข่าวลับ ๆ มาว่าที่จริงแล้วมีผู้บริหารหนุ่มซึ่งเป็นทายาทเพิ่งกลับจากอังกฤษเพื่อรับตำแหน่งนะครับ แต่น่าแปลกที่ต่อให้พยายามหาข้อมูลยังไงกลับสืบได้แต่ข้อมูลเดิม ๆ”

เตชินมองดูข้อมูลในมือซึ่งคือรูปภาพผู้หญิงวัยกลางคนตอนปลาย ที่ถึงแม้ว่าจะด้วยอายุที่มากขึ้น แต่ความสวยและความสง่างามยังคงฉายชัด รู้สึกคุ้นเคยราวกับว่าเขาเคยเห็นที่ไหนมาก่อน

“คุณหญิงช่อผกา วรากุล” เขาเอ่ยชื่อผู้บริหารที่อยู่บนจอมือถือก่อนจะสั่งประโยคต่อมา

“ไปตามสืบประวัติของผู้หญิงคนนี้ ฉันต้องการด่วนที่สุด” ความรู้สึกบางอย่างบ่งบอกเขาว่าการซื้อที่ดินที่เขาต้องการครั้งนี้ ยังมีเหตุผลอื่นนอกเหนือจากเรื่องธุรกิจอีก        

อีกฝากฝั่งหนึ่งของคอนโดหรู นางแบบสาวกำลังโมโหกกับข่าวที่ได้ยินจากผู้จัดการ

“นี่พี่กำลังจะบอกว่า งานทุกอย่างของเกรซถูกยกเลิกงั้นเหรอคะ ? ”

“ไม่ใช่แค่พรีเซนเตอร์ในเครือของ ออเรเลีย แกรนด์ นะ แต่งานทุกอย่างก็ถูกยกเลิกหมดเลยด้วย”

“บ้าจริง ! ทำไมเป็นอย่างงี้ ! ”

“ฉันต่างหากที่ต้องถามเธอ ว่าเธอไปทำอะไรคุณอคินภัทรกันแน่ ทำให้ทางนั้นเล่นงานอาชีพทำมาหากินของเธอกับฉันได้ขนาดนี้”

“ฉะ ฉัน…” นางแบบสาวตะกุกตะกักที่จะตอบคำถาม เพราะเธอรู้ดีแก่ใจว่าได้ทำเรื่องที่ผู้จัดการของเธอกำชับไว้แล้วว่าอย่าทำสิ่งใด แต่เธอก็ทำ

“อย่าบอกนะว่า ! เธอคิดหวังจะสบายเอาทางลัด ไม่ตอบฉันแบบนี้แสดงว่าจริงใช่ไหม ! ฉันบอกไปแล้วใช่ไหม ว่าคุณอคินภัทร ไม่เหมือนผู้ชายคนอื่น ๆ กำชับแล้วกำชับอีก ทำไมเธอถึงยังกล้าทำ แล้วดูสิ ผลเป็นยังไง ! ” ผู้จัดการสาวบ่นอย่างหัวเสีย

หลังจากที่อคินภัทรติดต่อคุยเรื่องซื้อขายพื้นที่ตามที่เขาวาดหวังเอาไว้จนสำเร็จ ทั้งสองคนก็กลับเข้ายังบริษัทหลัก โดยที่เขากำลังนั่งเซ็นเอกสารต่าง ๆ บนโต๊ะ

“มีอะไรจะถามผมหรือเปล่า” เขาถามทั้งที่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามองเธอเลยด้วยซ้ำ

“ท่านประธานคะ คุณยกเลิกสัญญาจ้างกับคุณเกรซแล้ว แล้วอย่างนี้ อาทิตย์หน้าใครจะเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับโรงแรมเราละคะ”

“ทำไม ? คุณเสียดายหรือไงที่โรงแรมเราไม่ได้เธอมาเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับเรา”

“ก็เธอทั้งสวย แล้วก็ดังมาก ๆ นี่คะ น่าจะโปรโมทการตลาดของเราได้เป็นอย่างดี”

“ผมไม่ทำงานร่วมกับคนที่หวังจะสบายทางลัดหรอกนะ คุณคิดว่าผมจะทำงานร่วมกับคนที่วางยาพรรค์นั้นกับผมได้งั้นเหรอ ? ” คำตอบของชายหนุ่มทำให้หญิงสาวหยุดชะงัก นั่นแปลว่าเรื่องวันนั้น เขาจำได้ ! เมื่อนึกถึงเหตุการณ์วันนั้น ใบหน้าของเธอก็แดงระเรื่อขึ้นมาเสียดื้อ ๆ

“คุณคิดอะไรอยู่ คุณลลิตา หรือว่า….” เขาพูดเสียงแผ่วพร้อมกับเดินมาหาหญิงสาวที่อยู่หน้าโต๊ะทำงานของเธอ จนเธอค่อย ๆ ถอยหลังอัตโนมัติ

“หรือว่าอะไรคะ ? ” เขาพยายามใกล้แต่เธอพยายามถอย  เขาก้มลงมากระซิบบางอย่างที่ทำให้เธอขนลุกซู่ไปทั้งตัว

“หรือว่าวันนั้นคุณคิดว่าตีหัวของผมเบาเกินไป ! ”

“เอ่อ ดิฉันยังมีงานที่ยังทำไม่เสร็จขอตัวก่อนนะคะ” เธอละล่ำละลัก รีบผละจากสายตาของเขาทันที ปล่อยให้คนตัวโตเผลอยิ้มออกมาอย่างชอบใจ

นึกประหลาดใจตัวเองอยู่ไม่น้อย ที่เขาต่อล้อต่อเถียงกับเลขาของตัวเองได้ขนาดนี้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป